สีผิวไม่สม่ำเสมอ เลือกแก้ให้ตรงจุด ด้วยโปรแกรมผิวเด็ก
- 16 ก.พ.
- ยาว 2 นาที

ทำความเข้าใจ "สีผิวไม่สม่ำเสมอ"
ภาวะสีผิวไม่สม่ำเสมอ เกิดจากการที่เซลล์ผิวผลิตเม็ดสีเมลานินมากเกินปกติในบางจุด ทำให้สีผิวดูไม่ราบเรียบเสมอกัน ซึ่งสามารถจำแนกประเภท และบริเวณที่พบบ่อยได้ดังนี้ :
ประเภทของสีผิวไม่สม่ำเสมอ
ฝ้า : มีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลหรือเทาที่มีขอบไม่ชัด มักเกิดขึ้นอย่างสมมาตรกันทั้งสองข้างของใบหน้า สาเหตุหลักกับความแปรปรวนของฮอร์โมน และถูกกระตุ้นให้เข้มขึ้นได้ง่ายด้วยรังสี UV
กระ และจุดด่างดำจากวัย : เกิดจากการสะสมความเสียหายจากแสงแดดเป็นระยะเวลานาน
รอยดำหลังการอักเสบ : รอยทิ้งท้ายที่เกิดหลังจากผิวหนังเกิดการอักเสบหรือบาดเจ็บ เช่น รอยสิว ผื่นแพ้ หรือแผล เมื่อการอักเสบหายไป ผิวจะผลิตเม็ดสีส่วนเกินทิ้งไว้เป็นรอยดำหรือแดง
สีผิวตัดกันจากแดด : เกิดจากการที่ผิวหนังส่วนที่อยู่นอกร่มผ้าได้รับรังสี UV จนผลิตเมลานินเพิ่มขึ้น ตัดกับผิวส่วนในร่มผ้าที่ขาวกว่าอย่างชัดเจน
บริเวณที่พบบ่อย
ใบหน้า : เป็นพื้นที่รับแสงแดดโดยตรง จึงเป็นจุดที่มักพบ ฝ้า และ รอยสิว ได้มากที่สุด
หลังมือ : ผิวบริเวณนี้บาง และมักถูกละเลยการทากันแดด ทำให้เกิด จุดด่างดำจากวัย ได้ง่าย ซึ่งเป็นจุดสังเกตที่บ่งบอกอายุได้ชัดเจนที่สุด
ลำตัว : บริเวณคอ ไหล่ และแขน มักประสบปัญหา สีผิวไม่เท่ากัน จากการสวมใส่เสื้อผ้าเปิดผิว และตากแดดสะสมในชีวิตประจำวัน

สาเหตุของสีผิวไม่สม่ำเสมอ
แสงแดด :
รังสี UV คือตัวกระตุ้นให้ผิวผลิตเม็ดสี (Melanin) เพื่อเป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติ
มลภาวะ และฝุ่นควัน :
ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และควันรถ สามารถซึมเข้าสู่ผิว และกระตุ้นภาวะ อนุมูลอิสระ ซึ่งไปเร่งให้เซลล์เม็ดสีทำงานหนักผิดปกติ
แสงสีฟ้า :
แสงจากจอคอมฯ และมือถือ สามารถทะลุลงผิวได้ลึกกว่า UV แม้จะไม่ทำให้ผิวไหม้ทันที แต่การได้รับต่อเนื่องเป็นเวลานานจะกระตุ้นให้ผิวหมองคล้ำได้
การอักเสบของผิว :
ทุกครั้งที่มีสิวอักเสบ หรือแผล ผิวจะตอบสนองด้วยการผลิตเม็ดสีมา "โปะ" บริเวณแผล ทำให้เมื่อสิวหายจึงทิ้งรอยดำหรือแดงไว้ ยิ่งไปแกะเกา ยิ่งกระตุ้นให้รอยเข้ม และฝังลึกขึ้น
จากฮอร์โมน และอายุ
ความแปรปรวนของฮอร์โมน :
โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน ที่พุ่งสูงขึ้นในขณะตั้งครรภ์ หรือจากการทานยาคุมกำเนิด จะไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีให้ทำงานไวขึ้น ทำให้เกิด "ฝ้า" บริเวณโหนกแก้ม และหน้าผากได้ง่าย
ความเสื่อมตามวัย :
เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการผลัดเซลล์ผิว จะช้าลง ทำให้เม็ดสีส่วนเกินที่ควรจะหลุดลอกออกไปตามธรรมชาติ กลับตกค้างอยู่บนผิวหน้านานขึ้น กลายเป็นจุดด่างดำ
กลไกการเกิดสีผิวไม่สม่ำเสมอ
"เมลานิน" (Melanin) เมลานินไม่ได้แค่กำหนดสีผิว ผม หรือดวงตา แต่คือ "เกราะป้องกัน" ที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อดูดซับรังสี UV ไม่ให้ทำลาย เซลล์ผิว โดยแบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก :
Eumelanin : เม็ดสีโทน น้ำตาล-ดำ พบมากในคนผิวเข้ม มีประสิทธิภาพสูงในการกันแสงแดด
Pheomelanin : เม็ดสีโทน แดง-เหลือง พบมากในคนผิวขาว ซึ่งปกป้องผิวจากแสงได้น้อยกว่า ทำให้คนผิวขาวเสี่ยงต่อการไหม้แดดได้ง่าย
สาเหตุการเกิดจุดด่างดำ
ทำไมเกิดฝ้า หรือจุดด่างดำ ทั้งสองไม่ได้เกิดขึ้นในทันที แต่ผ่านขั้นตอนเป็นลำดับดังนี้ :
เมื่อผิวโดนแสงแดด (UV) ร่างกายจะส่ง ไปปลุกเซลล์สร้างเม็ดสีที่ชื่อว่า Melanocytes ให้ตื่นตัว
ภายในเซลล์ Melanocytes จะผลิตเม็ดสีเมลานิน
เม็ดสีที่ผลิตเสร็จแล้วจะถูกบรรจุใส่ถุง (Melanosomes) และส่งลำเลียงขึ้นไปยังเซลล์ผิวหนังชั้นบน
เมื่อเม็ดสีถูกส่งขึ้นมามากเกินไป และการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ ทำงานช้าลง เม็ดสีเก่าจะตกค้าง และกระจุกตัวรวมกัน กลายเป็นรอยคล้ำหรือฝ้าที่มองเห็นด้วยตาเปล่า
วิธีดูแล และรักษาสีผิวให้สม่ำเสมอ
การป้องกัน : ทาครีมกันแดด
"การรักษาจะไร้ผลทันที ถ้าคุณไม่มีการป้องกัน"
ต้องทาครีมกันแดด ทุกวัน ไม่ว่าจะไม่ออกแดดหรือฟ้าครึ้ม เพราะรังสี UVA สามารถทะลุกระจกเข้ามาทำลายคอลลาเจน และกระตุ้นเม็ดสีได้ตลอดเวลา
การผลัดเซลล์ผิว
AHA : ละลายกาวระหว่างเซลล์ เหมาะสำหรับผิวแห้ง และผิวหมองคล้ำ
BHA : ละลายไขมันในรูขุมขน เหมาะสำหรับคนเป็นสิว และผิวมัน
เลือกใช้ Active Ingredients ให้ตรงจุด
กลุ่ม Brightening (ลดการผลิตเม็ดสี) :
Vitamin C : ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดเม็ดสีและเสริมสร้างคอลลาเจน
Niacinamide (Vit B3) : ช่วยขัดขวางการขนส่งเม็ดสีสู่ผิวชั้นบน
Thiamidol : สารกลุ่มใหม่ที่มีงานวิจัยรองรับว่ายับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ได้ดีเยี่ยม
ความชุ่มชื้น :
ผิวที่ขาดน้ำจะดูหมองคล้ำ และสะท้อนแสงได้ไม่ดี การใช้ Moisturizer จะช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวดู "อิ่มน้ำ" และกระจ่างใสขึ้นโดยธรรมชาติ
ปรับ Lifestyle
การนอนหลับ 7-8 ชม. คือช่วงเวลาที่ผิวซ่อมแซมตัวเองดีที่สุด ร่วมกับการดื่มน้ำให้เพียงพอ
เน้นอาหารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบอร์รี่, ชาเขียว และปลาที่มี Omega-3 เพื่อลดการอักเสบภายใน ลดของหวาน และของทอดที่ไปกระตุ้นการอักเสบ

ทำไมต้องโปรแกรมผิวเด็ก Reskin?
โปรแกรมนี้คือการ "คืนผิวใหม่" ให้กลับมามีความละเอียด และกระจ่างใสเหมือนผิวเด็ก โดยวิเคราะห์ปัญหาผิวหน้างานจริง และเลือกสูตรที่เหมาะสมที่สุด 3 สูตร จากทั้งหมด 5 สูตร เพื่อผสมผสานเป็น พิเศษสำหรับการรักษาในครั้งนั้นๆ ทำด้วย อุปกรณ์พิเศษในการลงตัวยาลึกกว่างานผิวทั่วไปถึง 15 เท่า ช่วยให้ตัวยาซึมลึก และออกฤทธิ์เต็มประสิทธิภาพ และให้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดภายใน 3–5 วันหลังทำ ด้วยสูตรที่ออกแบบให้แก้ปัญหาในแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน
การรักษาแบบเจาะจงนี้ช่วยให้ผิวได้รับการฟื้นฟูตรงจุด ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่ดู "คลีน" และละเอียดขึ้น รอยดำ และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอจะค่อยๆ ปรับสภาพให้กลมกลืน ดูสุขภาพดีแบบ Baby Face ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน และครอบคลุมมากกว่าการทำทรีตเมนต์ทั่วไป

สูตรที่มีให้เลือก Herin Reskin Premium Program
• สูตร Troubled skin 여드름 피부
กระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวดูเนียนละเอียดมากขึ้น
• สูตร Dull skin 어두운 피부
ลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
• สูตร Dry skin 건성 피부
เติมความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวอิ่มน้ำไม่แห้งกร้าน
• สูตร Aging skin 주름 피부
ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ เผยผิวแลดูอ่อนเยาว์
• สูตร Damaged skin 손상 피부
ช่วยให้ผิวแข็งแรง สร้างเกราะป้องกันให้กับผิว