โปรแกรม Therafill คืออะไร? ทำไมเติมเต็มใต้ตาและริ้วรอยได้
- 22 พ.ค.
- ยาว 2 นาที

แม้จะพักผ่อนเพียงพอ และดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ แต่ผิวหน้ายังคงดูโทรม ใต้ตาหมองคล้ำ หรือไม่อิ่มฟูเหมือนก่อน? ปัญหาเหล่านี้ส่วนหนึ่งเกิดจากปริมาณคอลลาเจนในชั้นผิวที่ลดลงตามวัย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ โปรแกรม Therafill ถูกนำมาใช้เพื่อดูแลและฟื้นฟูสภาพผิว
โปรแกรม Therafill คืออะไร?
โปรแกรม Therafill คือการใช้คอลลาเจนบริสุทธิ์ชนิด Type I (สกัดจากผิวหนังหมู) เพื่อการฟื้นฟูผิวหน้า มีจุดเด่นคือการนำคอลลาเจนไปผ่านกระบวนการตัดโปรตีนส่วนปลายที่เรียกว่า Telopeptide ออกไป ซึ่งโปรตีนส่วนนี้มักทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน เมื่อตัดออกแล้ว โครงสร้างคอลลาเจนที่ได้จะมีความเข้ากันได้กับร่างกายสูง และสามารถผสานเข้ากับเนื้อเยื่อผิวได้ตามธรรมชาติ
โปรแกรม Atelocollagen คืออะไร และต่างจากคอลลาเจนทั่วไปยังไง?
คอลลาเจนทั่วไปจะมีส่วนปลายสาย (Telopeptide) ที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอาจต่อต้าน แต่สำหรับคอลลาเจนใน โปรแกรม Therafill (โปรแกรม Atelocollagen) ได้ผ่านกระบวนการตัดส่วนนี้ออกไปแล้ว
กระบวนการนี้ทำให้ได้คอลลาเจนที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับชั้นผิวของมนุษย์สูงมาก การนำส่วนที่ก่อให้เกิดการต่อต้านออกไป จึงช่วยลดโอกาสการเกิดอาการแพ้ลงได้อย่างชัดเจน
หลักการทำงานของ โปรแกรม Therafill
กลไกการทำงานเมื่อเข้าสู่ชั้นผิวแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้:
ระยะแรก: เมื่อตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวหนัง คอลลาเจนจะเข้าไปเติมเต็มช่องว่างโดยตรง ช่วยให้ริ้วรอยตื้นๆ ดูจางลง และผิวบริเวณนั้นดูอิ่มน้ำมากขึ้น
ระยะยาว: คอลลาเจนจะเรียงตัวค้ำจุนใต้ผิว ช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวให้สามารถผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติได้อย่างต่อเนื่อง
คอลลาเจนใน โปรแกรม Therafill สามารถคงสภาพและพยุงโครงสร้างใต้ชั้นผิวได้นานถึง 12 เดือน
ปัญหาผิวที่เหมาะสมกับ โปรแกรม Therafill
ริ้วรอยตื้น: เส้นริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้า เช่น บริเวณรอบปาก, ร่องแก้มตื้นๆ, หน้าผาก, หว่างคิ้ว และหางตา
ปัญหาใต้ตา: ใต้ตาที่ดูหมองคล้ำหรือดูลึก ซึ่งเกิดจากผิวบางหรือการสูญเสียคอลลาเจน
ปัญหาพื้นผิว: รอยหลุมสิวตื้นๆ, แผลเป็นชนิดบุ๋ม, รูขุมขนกว้าง หรือผิวขาดความเรียบเนียน
ปัญหาที่อาจไม่เหมาะสม
ผู้ที่ต้องการเพิ่มปริมาตรผิวมากๆ เช่น การปรับรูปหน้า หรือเติมแก้มที่ตอบลึกอย่างชัดเจน
ผู้ที่มีปัญหาร่องลึกมาก ซึ่งควรพิจารณาใช้เวชภัณฑ์ที่มีความหนาแน่นสูงกว่า โปรแกรม Therafill
บริเวณที่สามารถรับบริการได้
ด้วยโครงสร้างโมเลกุลที่ละเอียด โปรแกรม Atelocollagen จึงสามารถนำมาใช้ดูแลผิวได้หลายบริเวณ ได้แก่:
ผิวหน้าโดยรวม (ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น)
บริเวณใต้ตาและรอบดวงตา
ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก
หน้าผากและบริเวณระหว่างคิ้ว
บริเวณลำคอ (ดูแลปัญหาริ้วรอยร่องตื้น)

การทำโปรแกรม Therafill บริเวณใต้ตา
ทำไมใต้ตาจึงต้องการการดูแลเป็นพิเศษ?
ผิวรอบดวงตาเป็นส่วนที่บางที่สุดของใบหน้า การใช้ โปรแกรมฉีด Filler HA ที่มีความหนาแน่นไม่สอดคล้องกับชั้นผิวในบริเวณนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลักษณะเป็นก้อน
ข้อดีของการใช้ โปรแกรม Therafill สำหรับใต้ตา
เนื้อสัมผัสของคอลลาเจนมีความบางเบาและละเอียด จึงกลืนเข้ากับเนื้อเยื่อผิวบริเวณที่บางได้ดี ช่วยให้การเติมเต็มริ้วรอยร่องตื้นใต้ตาดูเรียบเนียนสม่ำเสมอ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำบริเวณใต้ตา
ปัญหาใต้ตาของแต่ละบุคคลมีสาเหตุต่างกัน แพทย์จึงต้องประเมินชั้นผิวและโครงสร้างกระดูกก่อน หากปัญหาใต้ตามีความลึกมาก แพทย์อาจพิจารณาใช้ โปรแกรมฉีด Filler HA ร่วมกับ โปรแกรม Therafill เพื่อการรักษาที่ครอบคลุม
การเตรียมตัวก่อนรับบริการ โปรแกรม Therafill
เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม และลดความเสี่ยงการเกิดรอยช้ำ ควรปฏิบัติดังนี้:
งดยาและอาหารเสริม: หลีกเลี่ยงยาและวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น วิตามินอี, น้ำมันปลา, ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs) ล่วงหน้า 3-5 วัน (หากมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยา)
งดแอลกอฮอล์: งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนรับบริการ
เตรียมร่างกาย: พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำสะอาดเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิว
แจ้งข้อมูลแพทย์: แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และ โปรแกรมความงาม ที่เคยทำบริเวณใบหน้าให้แพทย์ทราบ
การดูแลตัวเองหลังทำ โปรแกรม Therafill
อาจมีอาการบวม รอยแดง หรือรอยเข็มเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติและจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 2-3 วัน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
งดแต่งหน้า และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าอย่างน้อย 12-24 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
หลีกเลี่ยงความร้อนสูง (เช่น ซาวน่า, สตรีม) และงดออกกำลังกายหนัก ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
ห้ามนวด กด ทับ หรือคลึงบริเวณที่ทำ โปรแกรม Therafill
ระยะเวลาและการคงสภาพ
สัปดาห์ที่ 1-2: อาการบวมแดงลดลง ผิวบริเวณที่ทำจะดูเรียบเนียนและกลืนไปกับผิวรอบข้าง
เดือนที่ 1-3: การสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกายเริ่มทำงานร่วมกับโครงข่ายคอลลาเจนที่ได้รับ สภาพผิวจะดูมีความยืดหยุ่นขึ้น
เดือนที่ 6-12: ผลลัพธ์คงอยู่ได้ในระยะเวลานี้ ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและอัตราการสลายตัวของแต่ละบุคคล

กู้ผิวโทรมให้กลับมาสดใส ที่ Herin Clinic
สำหรับใครที่ไม่อยากรอให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง โปรแกรม Therafill ที่ Herin Clinic ช่วยคุณได้! ตัวนี้คือคอลลาเจนบริสุทธิ์ที่เข้ากับผิวคนเราได้ดีมากๆ ช่วยเติมเต็มและพยุงผิวให้กระชับ
ด้วยความที่ตัวยาคอลลาเจนมีเนื้อละเอียด แพทย์จึงสามารถเพื่อเติมความอิ่มฟูให้ผิวได้หลายจุดบนใบหน้า ดังนี้:
รอบดวงตา: ช่วยลดริ้วรอยเล็กๆ และรอยคล้ำใต้ตา ให้ผิวดูเนียนสว่างขึ้น
หน้าผากและหว่างคิ้ว: ลดรอยย่นเล็กๆที่เกิดจากการขมวดคิ้วหรือแสดงสีหน้าบ่อยๆ
ร่องแก้ม: เติมเต็มร่องลึกให้ตื้นขึ้น ช่วยให้หน้าดูเด็กลง
ทั่วใบหน้า: ฟื้นฟูผิวโดยรวมให้กลับมาฉ่ำน้ำและดูสุขภาพดี
ที่ Herin Clinic แพทย์จะประเมินปัญหาผิวให้แบบละเอียดแบบเคสต่อเคส เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับสภาพผิวของคุณ หากสนใจปรึกษา สามารถทักเข้ามาจองคิวให้แพทย์ดูแลได้ที่ตรงนี้เลย
ความแตกต่างระหว่าง โปรแกรม Therafill กับโปรแกรมอื่นๆ
โปรแกรม Therafill VS โปรแกรมฉีด Filler HA
โปรแกรม Therafill: จุดประสงค์หลักคือการซ่อมแซมและฟื้นฟูโครงสร้างผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องตื้น ผิวบริเวณที่บาง (เช่น ใต้ตา) และต้องการความเรียบเนียนสม่ำเสมอ
โปรแกรมฉีด Filler HA: จุดประสงค์หลักคือการเพิ่มปริมาตร (Volume) และปรับโครงสร้างใบหน้า เหมาะสำหรับการเติมเต็มบริเวณที่ตอบลึก เช่น แก้ม ริมฝีปาก หรือบริเวณที่ต้องการขึ้นรูปทรงให้ชัดเจน
โปรแกรม Therafill VS โปรแกรม Biostimulator
โปรแกรม Therafill: เป็นการเติมคอลลาเจนเข้าสู่ชั้นผิวโดยตรง ช่วยเติมเต็มร่องตื้นและพยุงโครงสร้างผิว
โปรแกรม Biostimulator: เป็นการให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเองตามกลไกธรรมชาติ จะไม่เห็นผลด้านการเติมเต็มในระยะแรก แต่จะเน้นดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หลังทำ โปรแกรม Therafill จะมีอาการบวมไหม?
อาจมีอาการบวมหรือรอยแดงเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งเป็นอาการปกติของผิว และจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ใช้เวลานานเท่าไรถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลง?
สามารถสังเกตเห็นการเติมเต็มบริเวณร่องตื้นได้หลังทำ และสภาพผิวจะค่อยๆ ปรับตัวดูเรียบเนียนและชุ่มชื้นขึ้นในช่วง 1-3 เดือน
ผลลัพธ์ของ โปรแกรม Therafill อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์คงสภาพอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้เข้ามาประเมินและดูแลต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง