โปรแกรม PN Polynucleotide คืออะไร? ทำไมสายลักชูถึงยอมเปย์
อัปเดตเมื่อ 1 ต.ค.

Key Takeaway
ครีมกระปุกละหมื่นก็อาจเอาไม่อยู่!: ปัญหาใต้ตาโทรม เหี่ยวดำ บางทีโบกอายครีมแพงแค่ไหนก็ไม่ซึมนะจ๊ะ เพราะโครงสร้างผิวมันเสื่อมจากภายใน ต้องอาศัย โปรแกรม PN เข้าไปช่วยเป็นอาหารผิวชั้นเริ่ด ฟื้นบำรุงให้กลับมาอิ่มฟูแบบยั่งยืนจ้ะ
ไม่ใช่แค่เติม แต่เป็นการฟื้นบำรุง: ใครกลัวหน้าเป็นก้อนจากการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ สบายใจได้เลย! โปรแกรม PN เป็นกลุ่ม Biostimulator ที่เน้นฟื้นฟูเซลล์ผิวให้ทำงานได้ดีขึ้น ผิวเลยดูละมุนและเป็นธรรมชาติสุดๆ
แพงที่สุดอาจไม่ใช่คำตอบ ต้องเลือกให้แมตช์กับผิว: ถึงใจจะพร้อมเปย์ขั้นสุด แต่ละแบรนด์อย่าง Rejuran, Plinest, Vitaran เค้ามีจุดเด่นไม่เหมือนกันนะแก! ต้องให้คุณหมอประเมินสภาพผิวเราก่อน เพื่อเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับผิวตัวเองที่สุดจ้า
ของแท้เท่านั้นที่คู่ควร: วงการนี้ของปลอมระบาดหนักมาก! อย่าเห็นแก่ของถูกเด็ดขาด เปย์ทั้งทีต้องเลือกคลินิกที่ไว้ใจได้อย่าง Herin Clinic ที่คุณหมอประเมินเอง แกะกล่องให้ดูต่อหน้า ได้ของแท้ชัวร์ สบายใจไร้กังวลจ้ะ
สวยแพงแล้วต้องดูแลตัวเองด้วย: ทำโปรแกรมมาเริ่ดแค่ไหน ถ้ากลับบ้านไปไม่ทากันแดด กินน้ำน้อย นอนดึก ผิวก็กลับมาพังได้นะแก! ต้องดูแลตัวเองจากภายในควบคู่กันไปด้วย ผิวถึงจะดูละมุนอยู่กับเราไปนานๆ น้า!
PN หรือ Polynucleotide คือ อะไรกันแน่
ใครที่กำลังหาข้อมูลดูแลผิวแล้วเจอคำนี้บ่อยๆ มามุงตรงนี้เลยจ้า! PN หรือชื่อเต็มๆ คือ Polynucleotide (โพลีนิวคลีโอไทด์) เป็นสารบำรุงผิวที่กำลังมาแรงแบบสุดๆ ในวงการความงามตอนนี้ บอกเลยว่าใครอยากเปย์ให้ตัวเองเพื่อผิวที่ดูสุขภาพดีขึ้น ต้องรู้จักตัวนี้ไว้เลยน้า
Polynucleotide สกัดมาจาก DNA ปลาแซลมอน
ความเริ่ดของสารตัวนี้คือ นางสกัดมาจากชิ้นส่วน DNA ของปลาแซลมอน (Salmon) หรือปลาเทราต์ (Trout) ที่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติจ้ะ DNA ของปลาแซลมอนและปลาเทราต์มีความคล้ายคลึงกับ DNA ของมนุษย์เราสูงมากกก (ประมาณ 95% เลยทีเดียว) ร่างกายของเราเลยเปิดรับสารตัวนี้ได้ดี นำไปใช้ซ่อมแซมและบำรุงผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจ้า
ทำไม PN ถึงถูกเรียกว่าเป็น Biostimulator ไม่ใช่สารเติมเต็ม
หลายคนชอบสับสนว่าทำโปรแกรม PN เนี่ย มันเหมือนกับการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ไหม? ต้องบอกตรงนี้เลยว่า ไม่เหมือนกันจ้า!
โปรแกรม PN จัดอยู่ในกลุ่มของ Biostimulator คือสารฟื้นฟูผิวทางชีวภาพ หน้าที่หลักของนางไม่ใช่การเข้าไปถมร่องลึกให้เต็มฟีลลูกโป่งพองน้ำแบบโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์นะ แต่นางจะเข้าไปเป็นเหมือนอาหารผิวชั้นยอด ช่วยบำรุงและฟื้นฟูโครงสร้างผิวของเราจากภายใน ทำให้ผิวค่อยๆ สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาเองตามธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวจะดูแน่น ชุ่มชื้น และดูฟูขึ้นแบบยั่งยืนนั่นเองจ๊ะ
Polynucleotide PN กับ PDRN คือสารตัวเดียวกันหรือป่าว
ใครที่ไปคลินิกบ่อยๆ อาจจะเคยได้ยินทั้ง PN และ PDRN แล้วก็เกิดความงงว่า เอ๊ะ! มันคือตัวเดียวกันไหม? ทำไมชื่อคล้ายกันจัง มาจ้ะ เดี๋ยวจะเคลียร์ให้ฟัง
ความแตกต่างทางเทคนิคระหว่าง PN และ PDRN
ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะสกัดมาจาก DNA ปลาเหมือนกัน และจัดเป็นพี่น้องกันในวงการผิว แต่ความต่างหลักๆ อยู่ที่ "ขนาดและความยาวของสายโมเลกุล" จ้า
PDRN (Polydeoxyribonucleotide): ตัวนี้จะเป็น DNA สายสั้น โมเลกุลเล็กกว่า ข้อดีคือซึมง่าย มักจะถูกนำมาใช้ในโปรแกรมดูแลแผล หรือใช้ทาบำรุงร่วมกับโปรแกรมเลเซอร์ต่างๆ แต่ด้วยความที่โมเลกุลเล็ก นางก็จะสลายไปค่อนข้างไวจ้ะ
PN (Polynucleotide): ส่วนตัวนี้คือ DNA สายยาว โมเลกุลใหญ่กว่า และมีความหนืดมากกว่า ความปังคือพอโมเลกุลใหญ่ นางเลยอุ้มน้ำในผิวได้เริ่ดกว่า อยู่ในผิวได้นานกว่า และเน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาพได้แบบจุกๆ กว่านั่นเองจ้า
ทำไมหลายแบรนด์เรียกชื่อสารต่างกันแต่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
ที่แต่ละแบรนด์เรียกชื่อต่างกัน หรือพรีเซนต์สารตั้งต้นต่างกัน บางทีก็เป็นเรื่องของลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และเทคโนโลยีการสกัดเฉพาะตัวของแต่ละค่ายค่ะ
แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว ทั้งโปรแกรม PN และ PDRN จะมีกลไกการทำงานที่คล้ายกัน คือเข้าไปจับกับตัวรับในเซลล์ผิวของเรา เพื่อบอกให้ผิวเริ่มกระบวนการซ่อมแซมและบำรุงตัวเอง แพทย์เลยจัดสารทั้งสองตัวนี้ให้อยู่ในกลุ่มการดูแลผิวแบบ Biostimulator หมวดเดียวกันจ้า
ทำความรู้จัก "สาย Polynucleotide" และความเข้มข้นที่พบบ่อย
เคยสงสัยไหมเวลาที่คลินิกป้ายยาว่า ตัวนี้เป็นโปรแกรม PN เข้มข้นนะ มันหมายความว่าอะไรกันแน่? มาเจาะลึกแบบภาษาคนสวยๆ เข้าใจง่ายๆ กันจ้า จะได้เลือกเปย์ให้ตัวเองได้แบบเป๊ะปัง
สาย Polynucleotide คือการแบ่งตามแหล่งสกัดหรือตามแบรนด์
เวลาเราไปหาข้อมูลแล้วเจอคำว่า "สาย polynucleotide คือ" อะไร ให้คิดภาพตามง่ายๆ ว่ามันคือเรื่องของ "ความยาวสายโมเลกุล DNA" ที่เขาสกัดมานั่นเองจ้ะ ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีเทคโนโลยีการออกแบบสาย DNA ที่ยาวไม่เท่ากัน บางแบรนด์ทำสายให้ยาวเป็นพิเศษเพื่อให้สารอุ้มน้ำได้เริ่ดๆ และอยู่ในผิวได้นานขึ้น ดังนั้นคำว่าสาย PN ในตลาดตอนนี้ ก็เลยมักจะผูกกับเทคโนโลยีและแหล่งสกัดเฉพาะของแต่ละแบรนด์ไปเลยจ้า
PN ความเข้มข้น 2% คืออะไร มีผลต่อผลลัพธ์อย่างไร
ส่วนใครที่ไปเจอคำว่า "2 polynucleotide คือ" อะไร? เลข 2% ตัวนี้หมายถึงความเข้มข้นของสาร PN ในหลอดนั่นเอง (มักจะเท่ากับ 20 mg/ml) ซึ่งถือว่าเป็นความเข้มข้นที่จัดเต็มแบบจุกๆ เลยนะ! ความเก๋คือ ยิ่งความเข้มข้นถึงระดับนี้ สารก็จะมีความหนืดและอุ้มน้ำได้ดีเยี่ยม ฟีลลิ่งหลังทำคือผิวจะดูอิ่มน้ำและดูฟูขึ้น เหมาะกับคนที่ผิวแห้งกร้านหรือต้องการการฟื้นฟูบำรุงแบบเน้นๆ จ้ะ
โปรแกรม Polynucleotide (PN Injection) ทำงานอย่างไรในผิว

มาถึงพาร์ทวิชาการแบบกรุบๆ ว่าโปรแกรม Polynucleotide เข้าไปทำอะไรกับหน้าเราบ้าง ทำไมช่วงนี้ถึงฮิตนักฮิตหนา เอฟมาตุนกันไม่หยุด!
กลไกระดับเซลล์ผ่านตัวรับ Adenosine A2A และเซลล์ไฟโบรบลาสต์
ขออธิบายแบบนี้จ้ะ พอเราทำโปรแกรม PN เข้าไป สารตัวนี้จะเข้าไปจับกับตัวรับที่ชื่อว่า Adenosine A2A บนเซลล์ผิวของเรา (เซลล์ไฟโบรบลาสต์) พอมันเจอกันปุ๊บ มันจะทำหน้าที่เหมือนเป็นสัญญาณบอกให้เซลล์ที่กำลังล้า ลุกขึ้นมาทำงาน! ช่วยฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ ผิวที่เคยพังหรือดูโรยราก็เลยค่อยๆ กลับมาดูแข็งแรงและดูสุขภาพดีขึ้นนั่นเองจ้า
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
เรื่องนี้ไม่ได้พูดเองลอยๆ น้า มีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับเยอะมากว่ากลุ่มสาร Polynucleotide มีส่วนช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวได้จริง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ และช่วยดูแลผิวที่ถูกทำร้ายจากมลภาวะให้กลับมาดูดีขึ้น เป็นวิทยาศาสตร์ที่จับต้องได้และมีหลักฐานชัดเจนจ้ะ
Polynucleotide มีประโยชน์อะไรกับผิวบ้าง
มาดูความปังของโปรแกรม Polynucleotide (PN) กันดีกว่า ว่าถ้าเราตัดสินใจเปย์ให้ตัวเองแล้ว ผิวเราจะได้อะไรกลับมาบ้าง บอกเลยว่าโปรแกรมนี้ให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างครอบคลุมเลยนะจ๊ะ มาดูกันทีละข้อเลย!
ด้านการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว
ความเริ่ดของโปรแกรม PN คือนางไม่ได้แค่เคลือบผิวไว้ภายนอกนะ แต่เข้าไปช่วยฟื้นบำรุงโครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาพจากภายในจ้ะ นางจะเข้าไปส่งเสริมการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ทำให้ผิวสามารถสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาได้ดีขึ้น ผิวที่เคยดูโทรมๆ ล้าๆ ก็จะค่อยๆ กลับมาดูมีชีวิตชีวาและสุขภาพดีขึ้นแบบสัมผัสได้เลยแก
ด้านความชุ่มชื้นและเกราะปกป้องผิว
อย่างที่บอกไปว่า PN เป็นสาย DNA ที่ยาวและมีโมเลกุลใหญ่ นางเลยมีความสามารถในการอุ้มน้ำได้แบบจุกๆ! พอเราทำโปรแกรม PN เข้าไป ผิวจะเก็บกักความชุ่มชื้นได้ดีขึ้นมากกก ผลที่ตามมาคือเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ของเราจะแข็งแรงขึ้น อาการผิวแห้งสากหรือระคายเคืองง่ายก็จะลดลง ผิวดูอิ่มฟูฉ่ำน้ำฟีลสาวเกาหลีเลยจ้า
ประโยชน์ที่หลายคนยังไม่รู้ เช่น การดูแลรอยหมองคล้ำจากงานวิจัยต่างประเทศ
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า โปรแกรม PN มีส่วนช่วยดูแลเรื่องรอยหมองคล้ำได้ด้วยน้า! มีงานวิจัยต่างประเทศพบว่าการใช้กลุ่มสารโพลีนิวคลีโอไทด์ ช่วยส่งเสริมการสร้างหลอดเลือดฝอยใหม่และการไหลเวียนของเลือดบริเวณนั้นให้ดีขึ้น เลยทำให้รอยคล้ำ โดยเฉพาะบริเวณใต้ตาที่เกิดจากการไหลเวียนเลือดไม่ดี ดูสว่างและสดใสขึ้นได้จ้ะ
Polynucleotide เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหนและเหมาะกับใคร

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงเริ่มโดนป้ายยาแล้วใช่ไหมล่ะ? แต่เดี๋ยวมากางลิสต์ดูกันก่อนว่า สภาพผิวแบบเราเนี่ย เหมาะกับการทำโปรแกรม PN หรือเปล่า จะได้ตอบโจทย์ปัญหาผิวแบบเน้นๆ จ้า
ลักษณะผิวที่เหมาะทำ
โปรแกรม PN เหมาะมากกับคนที่กำลังเจอปัญหาเหล่านี้จ้ะ:
ผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ ทาสกินแคร์เท่าไหร่ก็ไม่ซึม
ผิวดูโทรม พักผ่อนน้อย หน้าหมองคล้ำไม่สดใส
มีริ้วรอยเล็กๆ ที่เกิดจากผิวขาดความยืดหยุ่น
ผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย ต้องการการฟื้นบำรุงเกราะป้องกันผิว
คนที่มีปัญหาหลุมสิวตื้นๆ หรือรูขุมขนกว้าง อยากให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
ตำแหน่งที่นิยมทำ (ใต้ตา แก้ม รอบปาก หลุมสิว)
ความเก๋คือโปรแกรม PN สามารถดูแลผิวได้หลายบริเวณเลยนะ ไม่ว่าจะเป็น:
ทั่วใบหน้า: เน้นงานผิวฉ่ำฟู รูขุมขนดูเล็กลง
บริเวณใต้ตา: ช่วยเรื่องความหมองคล้ำและริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา (บางแบรนด์จะมีรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใต้ตาโดยเฉพาะเลยนะ)
ช่วงแก้มและรอบปาก: ช่วยฟื้นบำรุงความยืดหยุ่น ลดเลือนริ้วรอยร่องตื้น
บริเวณที่มีหลุมสิว: ช่วยส่งเสริมกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทำให้หลุมสิวตื้นๆ ดูเรียบเนียนขึ้นจ้า
ใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงหรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ
ถึงแม้ว่าโปรแกรม PN จะเริ่ดและน่าป้ายยาแค่ไหนฉันต้องขอดึงสติกันนิดนึงจ้ะ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเดินสวยๆ เข้าไปทำได้เลยน้า บางคนอาจจะต้องเบรกก่อน หรือต้องปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอย่างละเอียดก่อนจ้า
ข้อห้ามกับคนที่ แพ้อาหารทะเล ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ภูมิคุ้มกันผิดปกติ
คนที่มีประวัติแพ้อาหารทะเล: ข้อนี้สำคัญมาก! เพราะอย่างที่บอกไปว่าโปรแกรมนี้สกัดมาจาก DNA ของปลาแซลมอนหรือปลาเทราต์ ใครที่แพ้ปลาหรือแพ้อาหารทะเลหนักๆ แนะนำว่าต้องเลี่ยงไปก่อนเลยน้า
คุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร: ช่วงนี้ร่างกายคุณแม่เซนซิทีฟมาก แนะนำให้งดเว้นการทำโปรแกรมความงามกลุ่มนี้ไปก่อน ไว้รอเบบี๋หย่านมแล้วค่อยกลับมาเปย์ให้ตัวเองก็ยังไม่สายจ้ะ
กลุ่มโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือแพ้ภูมิตัวเอง: คนไข้กลุ่มนี้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอาจจะทำงานไม่ปกติ การนำสารใดๆ เข้าสู่ร่างกายต้องอยู่ในความดูแลและได้รับคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทางอย่างใกล้ชิดเท่านั้นจ้า
กลุ่มที่ต้องประเมินเป็นรายบุคคล
สำหรับใครที่กำลังมีปัญหาสิวอักเสบเห่อหนัก หรือมีรอยโรคผิวหนังติดเชื้อในบริเวณที่ต้องการทำ แนะนำว่าให้แพทย์ประเมินเป็นเคสๆ ไปนะคะ บางทีแพทย์อาจจะแนะนำให้ดูแลรักษาเรื่องการอักเสบให้ดีขึ้นก่อน แล้วค่อยมาทำโปรแกรม PN ในภายหลังจ้ะ
Polynucleotide PN ต่างจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ โปรแกรมฉีดโบท็อก และโปรแกรม Skin Booster อย่างไร
มาถึงคำถามโลกแตกที่คนไข้สับสนกันมากที่สุด! ฟังนะแก... โปรแกรมหน้าใสหน้าเด้งพวกนี้ เป้าหมายการทำงานมันคนละเรื่องกันเลยจ้า มาปูพื้นฐานให้เข้าใจง่ายๆ ตามนี้ จะได้เลือกทำได้ถูกใจที่สุด
เป้าหมายการรักษาที่แตกต่างกันของแต่ละโปรแกรม
โปรแกรม PN: นางคือ "ช่างซ่อมผิว" จ้ะ เข้าไปฟื้นบำรุงโครงสร้างผิวที่ล้าให้กลับมาแข็งแรง ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนใหม่แบบธรรมชาติ เน้นงานผิวสวยในระยะยาว
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ (Filler): นางคือ "ช่างปูน" มีหน้าที่เติมเต็มร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ใต้ตาลึก หรือปรับรูปหน้าให้มีมิติ
โปรแกรมฉีดโบท็อก (Botox): นางคือ "ช่างระงับ" ช่วยคลายการทำงานของกล้ามเนื้อ ลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการขยับหน้า เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยตีนกา
โปรแกรม Skin Booster: นางคือ "ช่างเติมน้ำ" ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) โมเลกุลเล็ก เน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูฉ่ำวาว (แต่ระยะเวลาการคงอยู่มักจะสั้นกว่ากลุ่ม PN จ้า)
รู้จักโปรแกรม Polynucleotide ยี่ห้อต่างๆ ที่มีให้บริการ
ตอนนี้ในแวดวงคลินิกความงามมีแบรนด์โปรแกรม PN เข้ามาให้เราเลือกเปย์ให้ตัวเองเยอะมากก! แต่ละตัวก็จะมีลูกเล่นและเทคโนโลยีที่ต่างกันออกไป มาดูกันว่าตัวท็อปๆ ที่เขานิยมเอามาป้ายยากันมีอะไรบ้างจ้ะ
ตัวอย่างเช่น โปรแกรม Rejuran โปรแกรม Plinest โปรแกรม Nucleofill โปรแกรม Vitaran
ถ้าพูดถึงโปรแกรมงานผิวที่ฮิตๆ ก็จะหนีไม่พ้นชื่อเหล่านี้เลยจ้า ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรม Rejuran ที่สาวเกาหลีฮิตทำกันจนเป็นกระแส, โปรแกรม Plinest, โปรแกรม integration หรือ โปรแกรม Vitaran ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีจุดเด่นในการดูแลผิวที่น่าสนใจต่างกันไปจ้ะ
จุดต่างด้านแหล่งสกัดและเทคโนโลยีของแต่ละแบรนด์
ความต่างหลักๆ ของแต่ละแบรนด์จะอยู่ที่ แหล่งสกัด และ ความยาวของสาย DNA" จ้ะ บางแบรนด์อาจจะสกัดมาจากปลาแซลมอน บางแบรนด์สกัดมาจากปลาเทราต์ และมีการใช้เทคโนโลยีการทำให้บริสุทธิ์ที่แตกต่างกัน ทำให้เนื้อสัมผัส ความหนืด และผลลัพธ์ในการดูแลผิวมีความเฉพาะตัว บางตัวเน้นเติมน้ำให้ผิวฉ่ำวาว บางตัวเน้นส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว ซึ่งตรงนี้แพทย์จะเป็นคนช่วยประเมินให้จ้าว่าผิวเราคู่ควรกับแบรนด์ไหน
ขั้นตอนการทำโปรแกรม Polynucleotide (PN Injection)
สำหรับใครที่เริ่มสนใจ อยากเอฟมาตุนไว้ให้ผิวตัวเอง แต่แอบกลัวเข็มหรือกังวลว่าตอนทำจะเป็นยังไง มาจ้ะเพื่อนสาวคนนี้จะเล่าบรรยากาศให้ฟังแบบช็อตต่อช็อต จะได้เตรียมใจมาสวยแบบชิลๆ
การประเมินผิวและวางแผนก่อนทำ
สเต็ปแรกก่อนที่เราจะเริ่มทำโปรแกรมใดๆ เราต้องเข้าไปนั่งคุยกับแพทย์ก่อนจ้ะ แพทย์จะช่วยประเมินสภาพผิวอย่างละเอียด ดูว่าปัญหาผิวของเราคืออะไร ผิวแห้งไปไหม หรือมีริ้วรอยเล็กๆ บริเวณไหนบ้าง เพื่อวางแผนว่าควรใช้ปริมาณยาเท่าไหร่ และเน้นดูแลบริเวณไหนเป็นพิเศษให้เข้ากับหน้าเราที่สุด เพื่อให้การเปย์ให้ตัวเองครั้งนี้คุ้มค่าแบบจุกๆ ไปเลย
ขั้นตอนการฉีดและระยะเวลาโดยประมาณ
พอตกลงแพลนกันเรียบร้อย ก็เข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมผิวจ้ะ ทางคลินิกจะทำความสะอาดผิวหน้าและแปะยาชาทิ้งไว้ให้ก่อน เพื่อช่วยบรรเทาความรู้สึกระหว่างทำ พอเริ่มชาได้ที่ แพทย์ก็จะค่อยๆ เดินยาลงบนผิวอย่างเบามือ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาทำจริงๆ แค่ประมาณ 15-30 นาทีเท่านั้นจ้า (ไม่รวมเวลาแปะยาชาน้า) แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว!
ผลข้างเคียงและความปลอดภัยของ Polynucleotide ที่ควรรู้
ถึงเราจะอยากสวยแบบเริ่ดๆ ขนาดไหน แต่เรื่องความปลอดภัยต้องมาก่อนอันดับหนึ่งน้า! โปรแกรม PN ถึงแม้จะสกัดมาจากธรรมชาติและมีความปลอดภัยสูง แต่หลังทำก็อาจจะมีรีแอคชั่นเบาๆ บนผิวได้บ้าง มาดูกันว่ามีอะไรที่เราต้องรู้ก่อนไปทำบ้างจ้ะ
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย เช่น บวม แดง ช้ำ
หลังทำโปรแกรม PN ทันที อาการที่พบบ่อยและถือเป็นเรื่องปกติมากๆ คือ รอยแดง รอยเข็ม อาการบวมเป็นตุ่มเล็กๆ (คล้ายๆ ยุงกัด) หรืออาจจะมีรอยช้ำจางๆ ในบางจุดที่ผิวเซนซิทีฟจ้ะ ไม่ต้องตกใจไปน้า! อาการพวกนี้ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ยุบและหายไปเองภายใน 1-3 วันจ้า (หรือบางคนถ้าช้ำง่ายอาจจะใช้เวลาสักสัปดาห์นึง) ระหว่างนี้ก็พยายามอย่าไปจับหรือนวดบริเวณที่ทำนะแก ปล่อยให้มันค่อยๆ ซึมเข้าสู่ผิวไปเองจ้ะ
ความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานหรือสินค้าลอกเลียนแบบในตลาด
เรื่องนี้ซีเรียสมาก! วงการนี้ของปลอมระบาดหนักเวอร์! ถ้าราคาถูกจนน่าตกใจ แกต้องเอ๊ะ! ไว้ก่อนเลยนะ การฉีดโปรแกรม PN ปลอมหรือของหิ้วที่ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงติดเชื้อรุนแรง ผิวพัง อักเสบ หรือร้ายแรงสุดคือเกิดการตายของเนื้อเยื่อได้เลยนะแก! เปย์ให้ตัวเองทั้งที ต้องเลือกของแท้ที่ผ่าน อย. เท่านั้นน้า อย่าเห็นแก่ของถูกเด็ดขาด เตือนแล้วนะ!
การดูแลตัวเองหลังทำ Polynucleotide
ทำสวยเสร็จแล้วก็ต้องดูแลผิวต่อด้วยนะแก จะได้ปังแบบคูณสอง! ข้อควรปฏิบัติพวกนี้ไม่ยากเลย ขอแค่มีวินัยในช่วงแรกๆ รับรองว่าผลลัพธ์คุ้มค่ากับการเปย์แน่นอนจ้า
สิ่งที่ควรทำและควรเลี่ยงในช่วง 24-72 ชั่วโมงแรก
สิ่งที่ต้องเลี่ยงเด็ดขาด:
ในช่วง 1-3 วันแรก งดเข้าซาวน่า, งดอบไอน้ำ, งดตากแดดจัดๆ, งดออกกำลังกายหนักๆ ที่เหงื่อออกเยอะ และงดดื่มแอลกอฮอล์ไปก่อนน้า เพราะพวกนี้จะทำให้หลอดเลือดขยายตัว อาจจะบวมหรือช้ำนานขึ้นได้จ้ะ
สิ่งที่ควรทำ:
เน้นทาสกินแคร์กลุ่มที่ช่วยปลอบประโลมผิว ให้ความชุ่มชื้น และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องทากันแดดทุกวัน! ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ด้วยนะ จะช่วยให้ผิวฟื้นฟูและดูอิ่มน้ำไวขึ้นจ้า
ผลลัพธ์ของ Polynucleotide เห็นเมื่อไหร่และอยู่ได้นานแค่ไหน
คำถามยอดฮิตที่ทุกคนอยากรู้ที่สุด! เปย์ไปแล้วเมื่อไหร่จะปัง? แล้วความปังจะอยู่กับเราไปนานแค่ไหน? มาจ้ะเพื่อนสาวคนนี้จะกาง Timeline ให้ดูกันแบบเรียลๆ จะได้ไม่ต้องมานั่งเดาให้ปวดหัว
ปัจจัยที่มีผลต่อผลลัพธ์ เช่น สภาพผิวเดิม จำนวนครั้ง การดูแลหลังทำ
ต้องบอกก่อนว่าผลลัพธ์ของแต่ละคนจะ "ไม่เท่ากัน" นะแก! มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างมาก:
สภาพผิวตั้งต้น: ถ้าผิวเดิมค่อนข้างพัง หรืออายุเยอะ กระบวนการฟื้นฟูก็อาจจะใช้เวลามากกว่าคนที่ผิวค่อนข้างโอเคอยู่แล้ว
จำนวนครั้งที่ทำ: ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ทำต่อเนื่องในช่วงแรก เช่น 3-4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้บูสต์แบบเต็มที่ ผลลัพธ์จะชัดเจนและอยู่ได้นานกว่าการทำแค่ครั้งเดียวแล้วจบจ้ะ
การดูแลตัวเองหลังทำ: สำคัญมากกกก! ถ้าทำโปรแกรม PN ไปแล้ว แต่ยังนอนดึก ดื่มน้ำน้อย ไม่ทากันแดด ผิวก็พังกลับมาเหมือนเดิมได้นะแก!
Polynucleotide ราคาเท่าไหร่ และปัจจัยที่มีผลต่อราคา
เรื่องเงินเรื่องใหญ่! เวลาไถโซเชียลแล้วเจอราคาโปรแกรม PN ที่มันต่างกันลิบลับ แกเคยสงสัยไหมว่าทำไมราคาถึงโดดกันขนาดนี้? มาจ้ะ จะมาชำแหละปัจจัยราคาให้ฟัง จะได้รู้ว่าแบบไหนเรียกว่าคุ้ม!
ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน
แบรนด์ของโปรแกรม PN: อย่างที่บอกไปว่าแต่ละแบรนด์มีเทคโนโลยี ต้นทุนการนำเข้า และความดังที่ต่างกัน ราคาก็เลยต่างกันไปตามแบรนด์จ้ะ
ปริมาณความเข้มข้นและจำนวน cc: บางคลินิกขายเป็น cc บางคลินิกขายยกกล่อง (มักจะ 2 cc) ซึ่งราคาก็จะต่างกัน ถ้าเจอราคาถูกมากๆ ต้องถามให้ชัวร์นะว่าเป็นราคาต่อ 1 cc หรือต่อกล่อง!
ประสบการณ์ของแพทย์: การประเมินผิวและเทคนิคการเดินยาของแพทย์ก็เป็นต้นทุนสำคัญจ้ะ แพทย์จะรู้ว่าควรวางยาตรงไหนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับผิวเรา
เลือกทำโปรแกรม Polynucleotide ได้จากที่ไหน และเลือกคลินิกยังไงให้สบายใจ

ต่อให้โปรแกรม Polynucleotide จะเริ่ดแค่ไหน แต่ถ้าไปทำกับคลินิกเถื่อน หรือเจอหมอกระเป๋าเข้าไป หน้าพังขึ้นมาคือร้องไห้หนักมากนะบอกเลย! การเลือกว่าจะไปเปย์ให้ตัวเองที่ไหน ถือเป็นด่านปราบเซียนที่สำคัญที่สุด มาจ้ะเพื่อนสาวจะแจก Check-list ให้เซฟเก็บไว้รัวๆ พร้อมป้ายยาคลินิกที่ชั้นยกให้
เกณฑ์เลือกคลินิกและแพทย์ผู้ดูแลโปรแกรม
ใบอนุญาตคลินิก (สบส.): อย่างแรกเลย คลินิกต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล (ที่ขึ้นต้นด้วยเลข 11 ตัว) แปะโชว์ไว้ในที่ที่เห็นได้ชัดเจนจ้ะ ซึ่งถ้าใครอยากได้ที่ที่น่าเชื่อถือ ชั้นขอแนะนำ Herin Clinic เลยแก ที่นี่เค้าจดทะเบียนถูกต้องตามระเบียบ สบส. เป๊ะๆ ตรวจสอบได้เลย
แพทย์ต้องมีตัวตนจริง: เราสามารถเอาชื่อ-นามสกุลของแพทย์ ไปเช็กในเว็บไซต์ของแพทยสภาได้เลยนะว่ามีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมไหม เพื่อความชัวร์ว่าเราไม่ได้กำลังให้ใครก็ไม่รู้มาดูแลหน้าเรา! ซึ่งที่ Herin Clinic แพทย์จะเป็นคนประเมินผิวและลงมือดูแลโปรแกรมให้เองทุกเคสจ้า ไว้ใจได้เลย
ความสะอาดและคุณภาพของคลินิก: บรรยากาศต้องดูสะอาดสะอ้าน เครื่องมือต่างๆ ต้องผ่านการดูแลความสะอาดอย่างถูกต้อง ใครอยากเห็นภาพบรรยากาศคลินิกสวยๆ คลีนๆ ฟีลเกาหลีเกาใจ เข้าไปส่องดูก่อนได้ที่ https://www.herinclinic.com/ ได้เลยจ้า
คำถามที่ควรถามก่อนตัดสินใจ
ก่อนจะตกลงโอนเงินเอฟคอร์ส อย่าเพิ่งเกรงใจค่ะแก! ควรถามให้ชัวร์ก่อนว่า:
ใช้โปรแกรม Polynucleotide ของแบรนด์อะไรคะ?
แกะกล่องใหม่ให้ดูต่อหน้า และขอกล่องกลับบ้านได้ไหมคะ?
แพทย์ท่านไหนเป็นคนประเมินและดูแลโปรแกรมให้คะ?
ถ้าคลินิกไหนอึกอัก ไม่ยอมตอบตรงๆ หรือบ่ายเบี่ยงไม่ให้ขอดูกล่อง... กำเงินแน่นๆ แล้วเดินออกมารัวๆ เลยจ้า อย่าเสี่ยง!
แต่ถ้าแกไม่อยากปวดหัวไปสุ่มหาคลินิกเอง ชั้นขอผายมือไปที่ Herin Clinic เลยจ้ะ ความโปร่งใสของที่นี่คือยืนหนึ่ง! แพทย์แกะกล่องใหม่ให้ดูต่อหน้าทุกเคส สอนสแกนคิวอาร์โค้ดเช็กของแท้แบบไม่มีหมกเม็ด แถมยังให้คำปรึกษาแบบจริงใจสุดๆ ไม่ยัดเยียดคอร์สแน่นอน ใครสนใจอยากกู้ผิวสากๆ ให้กลับมาฟูเด้ง แนะนำให้เข้าไปทักไลน์ปรึกษาแพทย์ หรือดูข้อมูลโปรแกรมเพิ่มเติมที่ https://www.herinclinic.com/ ได้เลยน้า รับรองว่าสบายใจ ไม่ผิดหวังแน่นอนจ้า!
โบกอายครีมทุกคืน แต่ทำไมใต้ตายังเหี่ยวดำ?
ลงทุนซื้ออายครีมกระปุกละหลายพันมาโบกทุกคืน แต่ตื่นมาใต้ตาก็ยังคล้ำเป็นแพนด้า แถมริ้วรอยก็ยังอยู่ครบ? นั่นก็เพราะว่าปัญหาใต้ตามันไม่ได้อยู่แค่บนผิวชั้นนอกน่ะสิ! พอเราอายุมากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับผิวบริเวณใต้ตาคือ:
ผิวใต้ตาที่บอบบางอยู่แล้ว จะยิ่งบางลงไปอีก
ความยืดหยุ่นของผิวลดลงตามวัย
โครงสร้างและวอลลุ่ม บริเวณใต้ตาเกิดการเปลี่ยนแปลง
ปัญหาใต้ตาคล้ำ ถือเป็นปัญหาที่คนไทยเป็นกันอันดับต้นๆ เลยนะแก และถ้าเรายิ่งปล่อยไว้ ไม่รีบดูแล ใต้ตาก็จะยิ่งดูดูลึก มีริ้วรอย และทำให้หน้าเราดูโทรมเกินวัยไปมากเลยจ้ะ
กู้ใต้ตาโทรมด้วย โปรแกรม PN ตัวช่วยฟื้นบำรุงแบบไม่เป็นก้อน
พอพูดถึงการดูแลใต้ตา หลายคนจะกลัวการทำ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ เพราะกังวลเรื่องความเป็นก้อน กลัวเติมแล้วดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ชั้นบอกเลยว่าปัญหาใต้ตาไม่ได้มีแค่เรื่อง ความคล้ำ อย่างเดียว เราต้องมองให้ครบทั้งคุณภาพผิว ความชุ่มชื้น ริ้วรอย และลักษณะเฉพาะของแต่ละคนด้วยจ้ะ
นี่เลยเป็นเหตุผลที่ โปรแกรม PN ใต้ตา เข้ามาตอบโจทย์คนที่มีปัญหาใต้ตาแบบสุดๆ! เพราะเป็นตัวช่วยฟื้นบำรุงที่ออกแบบมาเพื่อผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ:
ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวใต้ตาที่เสียหาย และเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ให้ทำงานได้ดีขึ้น
ดูแลเรื่องความคล้ำ ช่วยให้ผิวบริเวณใต้ตาแลดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
เติมความชุ่มชื้นให้ใต้ตาดูอิ่มฟู และดูแลเรื่องความยืดหยุ่น
ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ พร้อมฟื้นบำรุงคุณภาพผิวใต้ตาอย่างเหมาะสม โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเป็นก้อนเลยจ้า
ใต้ตาดูแลตามกระแสไม่ได้! เลือก โปรแกรม PN อย่างไรให้เป๊ะกับผิวคุณ

ความเก๋ของการทำ โปรแกรม PN คือเราไม่จำเป็นต้องทำตามกระแสว่าใครว่าตัวไหนฮิตก็ทำตามน้า เพราะผิวใต้ตาของแต่ละคนมีความต้องการและปัญหาที่ไม่เหมือนกันจ้ะ การเลือกโปรแกรมมาดูแลใต้ตาจึงควรพิจารณาจากสภาพผิวของเราเป็นหลัก ซึ่งที่ Herin Clinic แพทย์จะช่วยประเมินและเลือกสูตรที่แมตช์กับเราที่สุด โดยมีให้เลือกถึง 4 โปรแกรมดังนี้เลย:
1. โปรแกรม Rejuran (Salmon DNA)
จุดเด่น: เน้นฟื้นบำรุงความชุ่มชื้นแบบจัดเต็ม ช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์และกระจ่างใส
ลักษณะเนื้อเจล: มีความหนืดสูง เหมาะสำหรับการเข้าไปฟื้นบำรุงผิว
เหมาะสำหรับ: คนที่ผิวใต้ตาขาดความชุ่มชื้น และมีความหมองคล้ำ
2. โปรแกรม Vitaran (Trout DNA)
จุดเด่น: เน้นเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ควบคู่กับการเพิ่มความกระจ่างใส
ลักษณะเนื้อเจล: เนื้อเบาบาง กระจายตัวได้ดีเยี่ยม
เหมาะสำหรับ: คนที่มีปัญหาผิวอักเสบ หรือผิวรอบดวงตาบอบบางแพ้ง่ายจ้ะ
3. โปรแกรม Plinest (Trout DNA)
จุดเด่น: ดูแลเรื่องความยืดหยุ่น และฟื้นบำรุงโครงสร้างผิวใต้ตา
ลักษณะเนื้อเจล: มีความหนืดปานกลางถึงสูง
เหมาะสำหรับ: คนที่เริ่มมีริ้วรอย ความเหี่ยวย่น และผิวใต้ตาขาดความยืดหยุ่น
4. โปรแกรม Integration (Salmon DNA)
จุดเด่น: ฟื้นบำรุงผิว ลดเลือนริ้วรอย และดูแลปัญหาผิวได้อย่างเฉพาะเจาะจง
ลักษณะเนื้อเจล: กระจายตัวได้ดี ไม่เป็นก้อน
เหมาะสำหรับ: คนที่มีปัญหาใต้ตาหมองคล้ำ ขาดความชุ่มชื้น และเวลาแต่งหน้าแล้วชอบตกร่อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถ้าใครยังมีคำถามคาใจเกี่ยวกับการเปย์ให้ตัวเองด้วยโปรแกรมนี้ ฉันมัดรวมคำถามยอดฮิตและคีย์เวิร์ดที่คนชอบค้นหากันมาตอบให้แบบเคลียร์ๆ เลยจ้า!
PN Polynucleotide คืออะไร?
นางคือสารอาหารผิวชั้นเลิศที่สกัดมาจาก DNA ของปลาแซลมอนหรือปลาเทราต์จ้ะ ทำหน้าที่เข้าไปซ่อมแซมและฟื้นฟูโครงสร้างผิวของเราจากภายใน ให้ผิวดูชุ่มชื้นและสุขภาพดีขึ้นนั่นเอง
โปรแกรม Polynucleotide Injection คืออะไร?
มันคือโปรแกรมดูแลผิวพรรณที่แพทย์จะนำสาร PN เดินยาเข้าสู่ชั้นผิวของเราโดยตรงจ้ะ เพื่อส่งเสริมให้เซลล์ผิวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่ดูโทรมให้กลับมาดูสดใส
สาย Polynucleotide คืออะไร?
คำนี้หมายถึง "ความยาวของโมเลกุล DNA" ที่แต่ละแบรนด์สกัดมาจ้ะ ซึ่งสายที่ยาวจะมีความสามารถในการอุ้มน้ำและอยู่ในผิวได้นาน ช่วยดูแลเรื่องความชุ่มชื้นให้ผิวแบบจุกๆ ไปเลย
PN ความเข้มข้น 2% คืออะไร?
คือสัดส่วนความเข้มข้นของสาร PN ในผลิตภัณฑ์ (มักจะอยู่ที่ประมาณ 20 mg/ml) ซึ่งเป็นความเข้มข้นที่เหมาะสมในการช่วยฟื้นบำรุงผิวที่แห้งกร้าน ขาดน้ำ ให้กลับมาดูฟูและอิ่มฉ่ำจ้า
โปรแกรม Polynucleotide Treatment คืออะไร?
ก็คือขั้นตอนการเข้ารับการดูแลผิวด้วยโปรแกรม PN ทั้งระบบนี่แหละจ้ะ โดยเริ่มตั้งแต่การให้แพทย์ผู้ประเมินสภาพผิว การวางแผนดูแล ไปจนถึงขั้นตอนการทำโปรแกรม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์งานผิวที่ดูละมุนขึ้น
แก... สรุปแบบไม่จกตาเลยนะ สำหรับใครที่กำลังลังเลว่า โปรแกรม PN เนี่ย มันคือคำตอบของคนที่อยากฟื้นฟูผิวจากภายในจริงๆ หรือเปล่า?
คำตอบคือ "ใช่เลยจ้า!" เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการงานผิวระยะยาว ไม่ใช่แค่การเคลือบผิวชั่วคราว แต่เป็นการส่งเสริมให้ผิวแข็งแรงจากโครงสร้างพื้นฐานจริงๆ แต่ขอเน้นย้ำเรื่องความมีวินัยนะแก เพราะการดูแลผิวต้องควบคู่ไปกับการทากันแดด พักผ่อนให้เพียงพอ และกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ด้วย ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นการบำรุงที่ครบจบ ผิวถึงจะดูปังอย่างยั่งยืนจ้ะ!

